Published by: 0

ทำไมราคา Ethereum จึงแข็งแกร่งกว่าคริปโตฯ ตัวอื่น? นักลงทุนมีทางเลือกในการเข้าลงทุนคริปโตฯ มากยิ่งขึ้น บางคนอาจลงทุนคริปโตฯ ด้วยการซื้อขายโดยตรงจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) บางคนลงทุนคริปโตฯ ผ่านการลงทุนแบบดั้งเดิมอย่างการซื้อกองทุน ซื้อหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตฯ หรือบางคนอาจคนอาจลงทุนคริปโตฯ ผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันเริ่มทยอยออกมาให้เห็น ตัวอย่างเช่น Futures, Options, ETFs

อย่างล่าสุด มีการเปิดตัว ETF คริปโตฯ ในหลายประเทศ ซึ่งอาจเริ่มจากเหรียญที่มีสัดส่วนของ Market Cap. อันดับ 1 และนักลงทุนให้ความสนใจก่อนอย่าง Bitcoin และตามติดมาด้วยเหรียญที่มี Market Cap. เป็นอันดับ 2 อย่าง Ethereum ก่อน ตัวอย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา ได้มีการอนุมัติ Ethereum ETFs ออกมาแล้วถึง 4 ตัวด้วยกัน และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนที่สะท้อนมาใน Volume การซื้อขายวันแรก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การเพิ่มช่องทางในการเข้าลงทุน ก็อาจเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อ (Demand) ในคริปโตฯ ได้

การเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 จนถึงปัจจุบัน (4 พฤษภาคม 2564) พบว่า แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น Alphabet, Apple, Facebook, Microsoft และอื่น ๆ จะปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นเพียงใด ก็ยังให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า Ethereum ซึ่งให้ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ +363%

ทางเลือกในการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาคริปโตฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามกันว่า หากต้องการลงทุนในคริปโตฯ ควรเลือกคริปโตฯ ตัวไหนเข้ามาในพอร์ตการลงทุนดี?

หรือ Ethereum จะน่าสนใจกว่า Bitcoin?
เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะ Ethereum เอง ก็เป็นคริปโตฯ อีกตัวหนึ่งที่ในระยะหลังนักลงทุนต่างให้ความสนใจกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากกระแสของ Decentralized Finance (DeFi) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วย ทำให้นักลงทุนเล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อการลงทุนใน Ethereum

การนำ Bitcoin และ Ethereum มาเปรียบเทียบกับโดยตรงว่า คริปโตฯ ตัวไหนน่าลงทุนกว่ากัน อาจไม่ได้คำตอบอย่างแน่ชัด เพราะต้องไม่ลืมว่าทั้ง Bitcoin และ Ethereum ต่างก็มีวัตถุประสงค์ในการสร้าง และการใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Bitcoin มีลักษณะ Peer-to-Peer หรือเกิดมาเพื่อใช้สำหรับโอนเงินระหว่างกันโดยไม่มีตัวกลาง ส่วน Ethereum เกิดมาพร้อม Smart Contract ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาจช่วยตอบคำถามนี้ได้มากขึ้น นั่นคือ การวิเคราะห์แบบ On-Chain ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์การธุรกรรมที่เกิดขึ้นบน Blockchain นั้น ๆ

การปรับตัวขึ้นของ Ethereum เป็นเพียงการเก็งกำไรหรือไม่?
เรามักพบเห็นความคิดเห็นของนักวิชาการหรือนักลงทุนบางท่านที่ออกมาพูดเสมอว่า คริปโตฯ เป็นเพียงตลาดเก็งกำไรเท่านั้น เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาคริปโตฯ ไม่ได้มีพื้นฐานมารองรับ ซึ่งอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เราควรต้องมาคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการถือกำเนิดขึ้นมาของสิ่งนั้นด้วย

กล่าวโดยสรุป เหตุผลที่ทำให้ Ethereum ยังคงแข็งแกร่ง นั่นคือ การนำ Smart Contract ไปใช้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น Decentralized Finance (DeFi) ที่กำลังได้รับความนิยม แม้ในตอนนี้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมของ Ethereum จะแพงกว่า Bitcoin แต่นักพัฒนา Ethereum ก็ยังมุ่งหน้าพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป และหากมองในแง่ของผู้ใช้งาน ค่าธรรมเนียมอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ต้องคำนึงถึง อาจต้องคำนึงถึงความเร็วในการทำธุรกรรมด้วย และด้วยแนวโน้มที่มีการใช้งานที่มากขึ้น ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มมองว่า Ethereum อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการลงทุนในคริปโตฯ