Published by: 0

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “ประณาม” นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา สัญญาณล่าสุดของรอยร้าวภายในพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐ แม้วุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนย้อนหลังต่อทรัมป์ก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านองค์กรรณรงค์ทางการเมือง “เซฟ อเมริกา” เมื่อวันอังคาร มีเนื้อหาสำคัญเป็นการโจมตีนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา
 
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวในตอนหนึ่ง ว่าพรรครีพับลิกันจะไม่มีทางเป็นที่น่าเคารพนับถือ หรือกลับมาแข็งแกร่งได้อีก ตราบใดที่ “กลุ่มผู้บริหาร” ยังคงนำโดยแมคคอนเนลล์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ “อึมครึมและน่าหดหู่” ขณะที่แมคคอนเนลล์และแกนนำคนอื่นในพรรครีพับลิกัน ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อคำกล่าวของอดีตผู้นำสหรัฐ
 
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทรัมป์ เกิดขึ้นหลังวุฒิสภามีมติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 57 ต่อ 43 เสียง ต่อบัญญัติเฉพาะกาลเสนอโดยสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการถอดถอนย้อนหลังต่อทรัมป์ ฐาน “เป็นผู้ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง” ให้เกิดเหตุจลาจลที่รัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย หนึ่งในนั้นคือตำรวจประจำรัฐสภา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนมีผู้ถูกจับกุมอีกเป็นจำนวนมาก

ขณะที่แมคคอนเนลล์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า แม้เขาลงมติว่าทรัมป์ “ไม่มีความผิด” แต่ “ในทางศีลธรรม” อดีตผู้นำสหรัฐ แนะนำและ “แสดงความปรารถนา” ให้มวลชนฝ่ายสนับสนุนตัวเอง บุกรุกเข้าไปภายในรัฐสภา ด้านด้านวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 7 คน ร่วมออกเสียงสนับสนุนญัตติของพรรคเดโมแครต ได้แก่ นายมิตต์ รอมนีย์ นางลิซา เมอร์คอฟสกี นายบิล แคสซิดี นายริชาร์ด เบอร์ นางซูซาน คอลลินส์ นายแพทริก ทูมีย์ และนายเบน แซสซี ทว่าการที่เสียงข้างมากไม่ถึง 2 ใน 3 คืออย่างน้อย 67 เสียง ส่งผลให้ญัตติมีอันตกไป